หลายคนถามว่าทำไม่ต้องเป็น ออสเตรเลีย ทำไมถึงเลือก เรียนที่ออสเตรเลีย แล้วออสเตรเลียมีดีอะไร คำตอบคงหนี้ไม่พ้น เรื่องหลักๆสำคัญอยู่ สามสี่เรื่อง


แน่นอน เงิน ที่ซึ่งสำหรับนักเรียนอย่างเราๆแล้วการตัดสินใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศทั้งที คงต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเงินของผู้ปกครองของเรานั้นเอง.......และแน่นอนเค้าคือผู้ร่วมตัดสินใจของเรา “เงิน” ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ควบคู่กับการวางแผนการใช้เงินที่ดี เป็นเรื่องใหญ่ที่เดียวที่เราจะต้องรู้คร่าวๆต่อปีว่าเราจะต้องเสียเงินเท่าไร ไม่ใช่ว่าพอเรียนไปได้ครึ่งปีแล้วถูกเรียนตัวกลับบ้านเพราะเงินหมดเป็นสถานการณ์ที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง!!! เมื่อเทียบกับประเทศอังกฤษ อเมริกา หรือ ประเทศอื่นๆ เช่น อิตาลี ประเทศออสเตรเลีย ถือว่า เรื่องค่าครองชีพนั้นต่ำที่สุด


เทียบกันง่ายๆ ลองดูอัตราค่าเงินกัน เงินออสเตรเลีย ประมาณ 25-29 บาท ต่อ AUS$1 ถูกกว่า ของ อเมริกาเล็กน้อย แต่ถ้าเอาไปเที่ยวกับเงินยูโรแล้ว เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว 60-70 บาท ต่อ ยูโร แต่ถ้าเราคำนวณค่าใช้จ่ายและเวลาในการเรียน มันจะไม่ต่างกันมากเท่าไร แต่สิ่งที่ทำให้เราเครียด เครียดจริงๆนะ เป็นเรื่องการใช้จ่ายในแต่ละวัน ดูเหมือนว่าออสเตรเลียจะดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะ คำนวณดูแล้ว เราอาจพูดได้ว่าพอๆกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวันอย่างประหยัดหน่อยนะ เทียบได้กับการใช้จ่ายของปกติของคนกรุงเทพฯที่มีค่าครองชีพที่สูงที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ อย่าเพิ่งซีเรียส! นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น


“สถาบันที่มีชื่อเสียง” แน่นอนล่ะ คงไม่มีนักเรียนคนไหนอุตสาห์เสียตังค์ ข้ามทะเล ภูเขา แผ่นดิน ไปเรียนสถาบันต่างประเทศที่ไม่มีใครรู้จัก เพื่อจะได้ขึ้นชื่อว่าจบปริญญาจากต่างประเทศ สถาบันที่น่าเชื่อหรืออย่างน้อยพอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แม้อาจจะไม่ติดอันดับท๊อปเท็น จะเป็นสิ่งรับรองในอาชีพการทำงานของเราในอนาคต เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดี ในประเทศออสเตรเลีย ก็มีอยู่ 8 มหาวิทยาลัย ที่เค้ารวมตัวกันเรียกว่า group of eight universities ชั้นนำของประเทศ เท่าที่พอจะรู้แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีจุดแข็งอ่อนต่างกันแล้วแต่วิชาที่เลือกเรียน 8 มหาวิทยาลัยที่ว่าก็คือ The University of New South Wales, The University of Sydney, The University of Western Australia, The University of Melbourne, Monash University, The University of Adelaide, The University of Queensland, and The Australian National University. ดูอย่างง่ายก็คือว่า ออสเตรเลียนั้นมีอยู่ รัฐใหญ่ๆอยู่ 6 รัฐ แต่ละรัฐก็มีมหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่ หรืออาจะสังเกตง่ายๆจากสัญลักษณ์นี้นะ “สี่เหลี่ยมแปดอัน” รับรองความปลอดภัย
 
 

เอาล่ะ มาถึงปัจจัยที่สาม “สภาพแวดล้อม” ใครที่คิดว่า..โอ้ย...เรื่องสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องเล็ก เดี่ยวอยู่ไปซักพักก็ปรับตัวได้ อันนี้ก็อาจจะจริงอยู่บ้าง แต่สภาพแวดล้อมันนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อเหล่านักเรียนต่างชาติเป็นอย่างมาก แม้ว่าเราคนไทยอย่างเราๆจะชอบอากาศหนาว แต่บางประเทศที่อากาศหนาวจัดๆ ก็ทำเอาเรา “homesick” ได้บ่อยครั้งเหมือนกัน และนั้นก็ร่วมถึงการเรียนเราด้วย และถึงแม้ว่าเราถือว่าเราอยู่มานานเป็นปี แต่จนแล้วจนรอดก็รู้สึกถึงความหนาวเจ็บจับจิตอยู่ดี มีอยู่คนหนึ่งมาจากอังกฤษ เค้าเล่าว่าที่เค้าย้ายมาอยู่ออสเตรเลียก็เพราะที่อังกฤษหนาวมาก เค้าอยากอยู่ในที่อุ่นกว่า ทั้งๆที่คนอังกฤษคนนี้อยู่อังกฤษเกือบครึ่งค่อนชีวิต ก็ยังรู้สึกว่าอังกฤษไม่ได้เป็นสภาพแวดล้อมที่เค้าอยากอยู่


มันก็แล้วแต่แหละว่าเราชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร ร้อนแต่อบอุ่นแบบไทย หรือ หนาวเย็น(สั่นๆ)สบายแบบอังกฤษ หรือ ทั้งสองแบบที่ออสเตรเลีย แล้วอย่างไรที่เป็นสภาพแวดล้อมที่เราอยู่แล้วสบายล่ะ? เรื่องนี้ก็ลองถามตัวเองดูแล้วกัน จะว่ากันไปแล้วประเทศออสเตรเลียถือว่าเป็น ประเทศที่อยู่ง่าย คล้ายบ้านเรา อากาศค่อนข้างดีกว่า แต่ถึงหน้าร้อนก็ร้อนน่าดูบางวันร้อนกว่าประเทศไทยเสียอีก แต่ก็มีหน้าหนาวประมาณ4เดือน กำลังดีที่เดียว อาหารการกินก็หลากหลาย สามารถพูดได้ว่าเป็นอาหารนานาชาติก็ว่าได้ เพราะที่นี่นะ เค้าเป็น Multi-culture จ้า แขก ฝรั่ง ไทย เวียดนาม จีน อยู่ร่วมกันก็ลองคิดกันเอาเองว่ามันจะเป็นอย่างไร


ปัจจัยที่สี่ อันนี้ค่อนข้างกว้างมาก เพราะแต่ละคนอาจจะมีเหตุผลต่างกันออกไป บางคนอาจจะไปประเทศที่มี เพื่อน พี่น้อง ครอบครัว ญาติสนิท อาศัยอยู่ก่อนี่ก็เป็นข้อดี หลายอย่างที่เดียว ซึ่งเรื่องนี้จะขอพูดในฉบับถัดไปนะคะ บางคนติดใจประเทศนั้นๆหลังจากกลับมาจากการไปเที่ยว ซึ่งนี่ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะอะไรไม่ดีไปกว่าการที่เรามีประสบการณ์ด้วยตัวเราเอง อ้าวจริงไหม?

edit @ 6 Jul 2009 20:26:53 by superblackpig

edit @ 6 Jul 2009 20:29:55 by superblackpig

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากรู้จังว่าเด็กที่นู้นอดนอนเหมือนถาปัดบ้านเราไม๊

คือแอบรู้สึกว่าถ้าเรียนถาปัดแล้วไม่เึคยอดนอนเหมือนไปแม่ฮ่องสอนแต่ไม่แวะปายอะคะconfused smile

#1 By 150489 ::* on 2009-07-06 20:33

คิดว่าเหมือนกันนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องอดหลับอดนอนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วตอนใกล้ๆส่งงาน แต่ข้อดีของมหาลัยที่นี่ เฉพาะสองที่เท่านั้นนะค่ะที่เคยเข้าไปเรียน คือที่ University of Sydney และ University of New South Wales ก็คือ อาคารเรียนเค้าจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และก็มีเครื่องปริ้น และ เครื่องคอมพิวเตอร์ อำนวยความสะดวก เราไม่ต้องกังวลว่าจะไปปริ้นที่ไหน สบายใจค่ะ เพราะการเรียนสถาปัตย์ที่ต่างประเทศไม่สะดวกเหมือนบ้านเรา เรื่องเวลาในการส่งงานจึงต้องกำหนดให้ดี และบ่อยครั้งที่เดียวที่เราเสียเวลาจากการปริ้นงาน.....อ้อที่สำคัญต้องหยิบอาหาร ขนม ติดไม้ติดมือเค้าไปด้วย เพราะหลังจาก สองทุ่มไปแล้วร้านสะดวกซื้อต่างๆ ปิดหมดค่ะ และค่อนข้างมืดด้วย.....ต้องเตรียมพร้อมสำหรับวันสุดท้ายของการทำงานเพราะต้องอยู่ยาวถึงเช้าค่ะ ...ท้องก็ต้องการอาหาร...!
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#2 By ํัYoonpiyo (121.217.9.23) on 2009-07-06 21:16

open-mounthed smile open-mounthed smile

#3 By ฟังเพลง (117.47.183.112) on 2009-07-13 20:32

big smile

#4 By m★nstress ™ on 2009-07-26 19:45