ก่อนจะสอบเข้า คุณแน่ใจแล้วรึยังว่า คุณอยากจะเรียนสถาปัตย์จริงๆ 

1. คุณไม่ได้อยากเรียนถาปัดเพราะมันดูถูกใจหญิง/ชายเวลาคนคนมาถามว่าเรียนอะไร 
"อ้อ เราเรียนถาปัด" (มันไม่คุ้มกันหรอก)

2. คุณไม่ได้เรียนถาปัดเพราะอยากแนวแต่งตัวสวยๆ หล่อเดินไปมาเหมือนที่คุณเห็นภาพของสถาปนิกนักออกแบบในละคร 

3. คุณไม่ได้อยากเรียนถาปัดเพราะมันได้เงินเยอะ (มันได้เงินไม่เยอะหรอกถ้าอยากได้เงินเยอะคุณต้องไปทำธุรกิจ ลองบอกชื่อสถาปนิกที่รวยจากการเป็นสถาปนิกมาสักคนสิ คิดถึงแต่ดาราใช่มั้ย? ที่รวยหนะ)

4. คุณไม่ได้อยากเรียนถาปัดเพราะอยากทำงานศิลปะ 
(ถ้าคุณสนใจศิลปะแนะนำให้เรียนศิลปะเพราะว่าการเรียนสถาปัตย์คุณต้องไปตอบอาจารย์ว่า 
โครงสร้างที่คุณใช้มันโครงสร้างแบบไหน ไฟดับคุณมีระบบสำรองไฟยังไง มันต้องการความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์ พอๆกับความเข้าใจเชิงปรัชญาและสุนทรียศาสตร์)

5. คุณไม่ได้อยากเรียนสถาปัตย์เพราะว่าคุณอยากวาดรูป เขียนแบบ (สถาปัตย์เป็นการเรียน "ออกแบบ" อาคาร ไม่ใช่วิธีที่จะเขียนมัน)


และถ้าคุณคิดว่าคุณอยากเรียนเพราะอยากเรียนสถาปัตย์จริงๆ ผ่านห้าข้อชิวๆไปได้ขอให้คุณเช็คดูว่าคุณยินดีทำและเป็นสิ่งเหล่านี้มั้ย


a. คุณยินดีอดหลับอดนอนเป็นเวลาหลายคืน อาทิตย์ละสองสามวัน ต่อเนื่องกันตลอดปี เพื่อส่งงานให้ทัน 


b. ในขณะที่อดนอนนั้นคุณจะต้องทำทุกอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งพึงกระทำกับงานออกแบบที่ตัวเองรัก คุณต้องเอาคัดเตอร์กรีดกระดาษเป็นพันๆครั้ง มือคุณต้องแดง คุณจะต้องเหม็นกาวยูฮู (เพื่อที่จะพบว่าคุณจะโดนอาจารย์ดึงโมเดลคุณออกไม่เป็นชิ้นดีในวันถัดมา)

c. เวลาจะกลายมาเป็นพระเจ้าของคุณ คุณจะต้องคิด จัดเตรียม เพื่อให้ส่งงานทันเวลา ส่งงานช้าในบางขณะอาจทำคุณติดเอฟและเรียนไม่จบไม่ว่างานคุณจะสุดยอดขนาดไหนก็ตาม 

d. คุณต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือ นั่งทำงาน วันละห้าหกชั่วโมงเพื่อ เขียนแบบ จัดกราฟฟิค ทำอะไรก็ได้ให้คนอื่นๆมาเข้าใจแบบที่คุณออกแบบ

d. ในขณะที่คุณทำทุกอย่างนี้เพื่อนคุณทั้งหมดก็ทำพร้อมๆกับคุณ แข่งไปพร้อมๆกัน เมื่อเวลาตรวจแบบมาถึง อาจารย์ชมแบบเพื่อนคุณเปลาะทั้งๆที่มันทำแป๊ปเดียวแต่มันฉลาด และอาจารย์อาจหันมาบอกคุณว่า คุณขยัน แต่คุณไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณรับความกดดันได้มั้ย ?

e. ในขณะตรวจงานคุณอาจเจออาจารย์ถามคำถามที่คุณไม่เคยคิดว่าจะเจอมาก่อน 
และบางครั้งคุณอาจโดนเสียดสี วิจารณ์อย่างรุนแรง ถึงงานออกแบบของคุณว่ามันสุดยอดของความห่วย ผมเอาตีนเขียนยังดีกว่านี้เลย(ทั้งๆที่คุณเขียนมันมาร่วมสามอาทิตย์) 

f. คุณจะไม่มีเวลาทำอย่างอื่นที่เพื่อนๆร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกับคุณทำ คุณต้องทำงานให้เสร็จ ให้ดี และในขณะเดียวกันคุณหาความรู้ใหม่ๆ ด้วยตัวเอง เพราะงานออกแบบไม่ได้มีไว้ให้คนชิวอยู่กับที่ 

g. สถาปัตย์จะกลายมาเป็นชีวิตของคุณ คุณจะมองมัน เฝ้าครุ่นคิดถึงมัน เห็นมัน อย่างที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน มันจะกลายเป็นนิสัยของคุณ คนรอบข้างอาจบอกว่าคุณเริ่มเพี้ยนๆ (ในทางไม่ดี) คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าคุณไร้สาระ 

h. เมื่อคุณเรียนจบคุณอาจไม่ได้ออกแบบ ไม่ได้เป็นสถาปนิก เพราะว่าคนที่เรียนสถาปัตย์ในหนึ่งห้อง มีคนไม่ถึงสิบเปอร์เซนต์ที่ได้เป็นนักออกแบบที่เหลือคุณต้องไปทำสาขาข้างเคียง คุมงาน ประมาณราคา รับเหมา กราฟฟิค ตัดโมเดล และอื่นๆ คุณยินดีที่จะเสี่ยงมั้ย ? 


[ลองชั่งใจดู ไม่อยากเห็นนักศึกษาถาปัตย์ที่เรียนไปวันๆ เรียนๆ โดดๆ เรียนๆ ไทร์ๆ 
สถาปัตย์ใช้เวลาห้าปีในการเรียนปริญญาตรี ในขณะที่เพื่อนๆที่คุณเคยรู้จักจะใช้เวลาสี่ปีในการเรียน
... ไม่ผมไม่ได้บอกว่าถาปัดวิเศษและหินกว่าสาขาอื่น แต่มันเป็นธรรมชาติของการเรียน
พอเรียนจบคุณก็ต้องเป็นหนึ่งในผู้คนที่ออกไปแย่งงานกันทำอยู่ดี ...]

ถ้าคุณตอบทั้งหมดว่า ได้! 
ก็ต้องมาดูกันว่าคุณมีแววมั้ย 
อย่าลืมอ่าน blog นี้ต่อไป ! 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตรงบางส่วนอย่างเนี่ยจะเป็นได้ไหมเอ่ย??????wink

#1 By C+U+N+E+A+R on 2009-07-03 21:38

ขออนุญาต +add นะครับ big smile

#2 By Zairen_Bibliophobia on 2009-07-03 21:47

อ่า เริ่มมีสาระแล้ว blog นี้

ให้ดาวๆๆเผื่อได้ขึ้นฮอทHot! Hot! Hot! cry
เอ่อนะ. . .พอมาอ่านดีดีแล้ว

ฮา. . .แต่ก็ ผ่านมาได้อ่ะนะ. . .



ไม่นึกว่าจะมายืนตรงนี้. . . ตรงที่กรูตกงาน5 5

#4 By numton (112.142.3.121) on 2009-07-05 00:40

open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By ฟังเพลง (117.47.183.112) on 2009-07-13 20:30

555 อ่านแล้วก็ได้คิดเว้ย ตอนคิดเรียน น่าจะมีคนมาบอกแบบนี้บ้าง ติดตั้งแต่ ข้อ 3แล้ว แต่ก็เอาจนจบ

#6 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-08-12 01:11

เหนื่อยใจ ถอนใจ แต่จะสู้ต่อไป sad smile

#7 By THEBEE on 2009-10-06 15:18