เชียงใหม่หนาวมาก !

posted on 22 Nov 2009 14:01 by virtual-me  in coffee-break

มาดูลมหนาวเชียงใหม่ ถ่ายทอดจากหลังบ้านผมดีกว่า ! 

วันนี้ไฟแรงขอบ่นอีกนิด นานหยุดที และกินกาแฟเข้าไป (ฮ่า)  

ส่ง portfolio ไปตาม โรงเรียนสถาปัตย์ มหาลัยต่างๆ อยากจะบอกว่า อย่าโกง ! 

อย่าเอางานที่ไม่ได้ทำเองมาส่ง อย่าไปลอกงานที่มีอยู่แล้วมาส่ง (เช่นงานหนังสือลายเส้นของอาจารย์ นิธิสถาปิตานนท์เป็นต้น) ดูออกง่ายๆ ตัดสิทธิ์ได้ง่ายๆ   น้องๆที่ไปเรียนโรงเรียนติวต้องคิดพิจารณาด้วยว่า ทำอะไรดีไม่ดียังไง

 

อีตาอ้วนขี้บ่น !

 

edit @ 22 Nov 2009 13:18:07 by PS

มารู้จักแนวทางง่ายๆ ของการออกแบบกัน 

เมื่อเราได้โจทย์ Sketch Design มาหนึ่งชิ้น เราจะทำไงดี 

เราจะตีโจทย์ได้ยังไง ? 


วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคำว่า analogy กันจ้า 

ต้องย้อนกลับไปก่อนว่า เราจะคิดงานออกแบบให้มันหลุดออกไปจากสิ่งที่เราเคยเห็นมาได้ยังไง วิธีการง่ายๆก็คือเราต้องมีกระบวนการคิดครับ ! นั้นคือไม่ใช้จับปากกาแล้วก็ออกแบบเลยแต่่ว่า ต้องมาคิดก่อนว่า เราจะออกแบบมันได้ยังไง 

 

sydney opera house

ใครๆดูก็รู้ว่า เจ้า sydney opera house มาจากเรือใบ   

 

เจ้า analogy นี่คือวิธีง่ายๆ วิธีหนึ่งที่ทำให้ งานออกแบบของเราหลุดออกไปจากสิ่งที่เราเคยเห็นมาก่อน โดยใช้การเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น โดยสิ่งอื่นที่ว่านี่เป็นสิ่งที่เป็นกายภาพมีอยู่แล้วเช่นถ้าเราได้โจทย์ป้อมยามสนามกอล์ฟริมทะเล ถ้าโดยทั่วไปเราก็จะออกแบบโดยยึดเอาประโยชน์ใช้สอยเป็นที่ตั้ง (functions) คนนั่งยังไง, จะมองออกไปเห็นอะไรบ้าง แต่ถ้าเราใช้วิธีการ analogy มันจะทำให้งานออกแบบของเรามีมิติของความหมายในการสื่อความ เพิ่มมากขึ้น เช่นป้อมยามมีรูปร่างคล้ายลูกกอล์ฟ, ป้อมยามมีรูปร่างคล้ายต้นมะพร้าว, ป้อมยามมีรูปร่างคล้ายเต่าทะเลเป็นต้น  

 

 

โบถส์ของศาสนาบไฮที่อินเดีย ที่คนออกแบบต้องได้แรงบันดาลใจในเชิง analogy มาแน่ๆ 

 

โดยการเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นที่ว่านี่ไม่ใช่แค่จับอะไรมาเป็นแรงบันดาลใจก็ได้นะครับ เหมือนที่ในหนังสือชอบใช้คำว่า inspiration นู้นนี่มา แต่มันน่าจะมีเหตุผลเชื่อมต่อที่มาที่ไปได้ เช่นอะไรที่มันจะมาเชื่อมต่อความคิดของเราได้ เช่น เช่นป้อมยามมีรูปร่างคล้ายลูกกอล์ฟ (สนามกอล์ฟ - ลูกกอล์ฟ) , ป้อมยามมีรูปร่างคล้ายต้นมะพร้าว (สนามกอล์ฟริมทะเล - สิ่งที่เด่นๆของริมทะเลคือต้นมะพร้าวเลยเอามาทำป้อมยามซะเลย), ป้อมยามมีรูปร่างคล้ายเต่าทะเล (ป้อมยามริมทะเล - กระดองเต่าดูแข็งแรง, สัญลักษณ์ของทะเล, ความเป็นไทย เต่าตะหนุ อะไรแบบนั้น) เป็นต้น

 

หรือเจ้านี้ที่มีที่มาจาก ตัวอักษรภาษาจีน (จำไม่ได้แล้วแปลว่าอะไร) 

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คอนเซปต์ไม่ใช่ "การแถ" นะครับ ไม่ใช่คิดอะไรออกมาก่อนแล้วมานั่งคิดว่ามันน่ามาจากอะไรดี ผมรู้สึกรังเกียจความแถแบบนี้มาก ถ้าเจอแบบนี้ผมจะบอกว่าพอแล้วไม่ต้องพูดต่อเสียเวลาฟัง เอาเวลาไปขี้ดีกว่ามานั่งฟังคุณไร้สาระ! คอนเซปต์มันต้องช่วยเรา ไม่ใช่มาแถไปเรื่อย 

 

ตึกหุ่นยนต์ที่เราคุ้นเคยกันดี

 

บางคนจะบอกว่าความคิดเรื่องการ analogy นี่เป็นความคิดตื้นเขินที่สุดของความคิดในการออกแบบ และถ้าทำแบบนั้นเมืองทั้งเมืองจะเป็นสวนสนุก ! เดินๆไปเจอสัปปะรดยักษ์ หันไปข้างๆ เจอช้างตัวใหญ่ อะไรแบบนั้น แต่จริงๆแล้วเราสามารถ "ลดทอน" มันได้ ไม่ต้องเอามาทั้งดุ้นก็ได้ เช่นไปเอาเส้นสายของช้างมาเฉยๆ ไม่ต้องเอามาทั้งตัว หรือเอาบางส่วนที่คนจดจำได้มาใช้ อะไรแบบนี้เพื่อให้มันไม่รุนแรงมาก เป็นก้อนๆ เกินไป อันนี้แล้วแต่เทคนิคและประสบการณ์แล้วครับ 

 

เอาละเป็นยังไงบ้างครับ

ลองเอาไปทำกันดูตอนทำ sketch design นะครับ 

edit @ 22 Nov 2009 12:06:11 by PS

sketch design (ต่อไปนี้ขอเรียกสั้นๆว่า SKD) เป็นคำที่คนที่จะสอบเข้าหรือนักเรียนสถาปัตย์คงต้องเคยได้ยิน และได้ทำมาทุกยุคทุกสมัย หรือแม้แต่เวลาไปโรงเรียนติวเค้า นอกจากให้ฝึกมือแล้วเค้าก็ให้ทำไอ้เจ้า SKD นี่แหละครับ หรือแม้แต่ใน office สถาปนิก เจ้า SKD นี่ก็ยังเป็น Skill ที่ใช้อยู่ตลอด 

การนำเสนอในแนว sketch design ใน office สถาปนิก  

SKD คืออะไร ?

คำว่า Sketch Design หมายถึงการออกแบบในระยะเวลาอันสั้น ในที่นี่่ส่วนใหญ่การสอบเข้าหรือการเรียนจะอยู่ที่ 2-3 ชั่วโมง โดยเกิดจากการเอาคำว่า Sketch - การเขียนเร็วๆ, การวาดภาพจากจินตนาการออกมาอย่างรวดเร็ว มาบวกกับคำว่า Design เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญของ SKD คือ การเอา ideas ในการออกแบบออกมาให้คนอื่นเห็น อย่างรวดเร็ว     

 

  

การทำ sketch design เพื่อนำเสนอผลงานต่อลูกค้า 

 

ดูอะไรกันบ้าง เจ้า Skd เนี้ย 

- ดูไอเดียการออกแบบ - เจ้าไอเดียการออกแบบเนี้ย เป็นทุกอย่างคือ ต่อให้วาดรูปเก่ง เขียนตีฟสวยยังไง ถ้าไอเดียไม่มี ก็คือจบ ! เพราะฉะนั้นให้จำไว้ให้ดี  มาเรียนออกแบบ ไม่ได้มาเรียนเขียนรูปสวย ผมเห็นหลายๆคนทำ SKD แล้วเหมือนไม่ต้องทำก็ได้ เพราะเขียนสิ่งที่มันมีอยู่แล้วมาส่ง เช่น บอกให้ออกแบบป้อมยามในสนามกอล์ฟ ก็มาละ ศาลาสี่เหลี่ยม ที่เห็นทั่วไปตามที่ต่างๆ  เขียนแบบนั้นมาตกแน่นอน การทำ Sketch Design คือการทำงานออกแบบครับ ทำงานออกแบบ ! ใช้จินตนาการในการคิดหน่อย ! คิดคอนเซปท์ แปลความคิดนามธรรมมาสู่รูปธรรม (การตีโจทย์ SKD ทำยังไงนั้นเราจะพูดกันใน blog ต่อไปครับ)

 

 

bus terminal ของ Zaha hadid  ไม่ได้เป็น bus terminal ดาดๆ แบบที่เราเคยเห็นกันทั่วไปใช่มั้ย ? สถาปนิกก็ควรจะนำเสนอสิ่งนั้นออกมาด้วยนะจ๊ะ 

 

ดูคุณภาพของการนำเสนอ

เรื่องนี้ดูง่ายส่วนใหญ่จะดู  

- เสร็จมั้ย ? ในโจทย์ sketch design บอกให้ลงสี ลงสีมาส่งมั้ย มีงานครบตามที่กำหนดไว้รึเปล่า ส่วนใหญ่ถ้าทำงานไม่ครบไม่เสร็จ เค้าจะดึงออกไปเลยถ้าเป็นการสอบเข้า แสดงว่าคนเหล่านี้ ไม่สามารถบริหารเวลาได้ ไม่น่าจะเข้ามาเรียนแล้วรอดไปได้

- concept เขียนเป็นยังไงบ้าง

อ้อ! concept คือแนวความคิดในการออกแบบ ทำหน้าที่อธิบายว่างานออกแบบที่เราทำมีที่มาที่ไปยังไง ทำไมมันถึงหน้าตาแบบนี้ เราคิดมาจากอะไร ส่วนใหญ่ที่ผมพบกว่า 95% ไม่ได้เขียนคอนเซปต์มา แต่เขียนโจทย์มาส่ง !!! เช่น "เนื่องจากครอบครัวนี้เป็นมีพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกัน ก็เลยออกแบบให้ศาลาในสวนหลังบ้านมีความสะดวกสบาย เป็นมิตรกับธรรมชาติ นั่งได้สามถึงสี่คน" ถ้าคิดและเขียนมาแบบนี้ จะถูกดึงออกจากกองทันที ! เพราะว่า ที่เขียนมามันไม่มีตรงไหนอธิบายสิ่งที่เราคิดเลย มีแต่อธิบายว่าศาลากลางบ้านคืออะไร รองรับคนได้กี่คน มันเป็นสิ่งที่เค้ากำหนดมาอยูแล้วนี่นา เขียนทำไมเสียเวลา (และเชื่อว่าถ้าเขียนแบบนี้งานก็คงออกมาเป็นศาลาตามที่เราเห็นอยู่ในที่ต่างๆ ไม่ได้ออกแบบสร้างสรรค์อะไรเลย ;[)   

- ภาพต่างๆที่เขียนออกมาตรงประเด็นมั้ย มีการนำเสนอเป็นยังไงบ้าง  

มุม perspective ที่ออกมาสื่อความอะไรมั้ย ให้ sketch design ออกแบบศาลาริมน้ำ เพื่อสอบเข้าโรงเรียนสถาปัตย์ ดันเขียน perspective มุมนั่งในศาลามาส่ง ! ไปเรียน สถาปัตยกรรมภายในดีกว่ามั้ย, สีที่ใช้ในเพลท SKD มีความหมายอะไรมั้ย  โจทย์เป็นศาลาริมน้ำเลยใช้โทนสีน้ำเงินเป็นหลัก โอเคน่าสนใจ การจัดวาง composition ของเพลทเป็นยังไงบ้าง อะไรเป็นหลักเป็นรอง แสดงให้เห็นว่าเราสามารถออกแบบเพลทได้ดีแค่ไหน 

 

ถ้าคุณมีไอเดียในการออกแบบ มีการนำเสนอที่ดีพอ (แน่นอนมาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง)

คุณทำได้แน่นอนครับ ! 

edit @ 22 Nov 2009 11:35:49 by tectutors

(ภาพจาก www.sanoya.net)

 

“ทุกครั้งที่มีคนนำชมห้องสุขาเก่าๆ ที่มีแสงสลัวและสะอาดหมดจด ตามวัดในเมืองนาราหรือเกียวโต ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในคุณลักษณะเฉพาะของของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ห้องรับแขกอาจมีมนต์เสน่ห์ แต่ห้องสุขาญี่ปุ่นเป็นที่สงบแห่งจิตวิญาณโดยแท้ ห้องสุขามักจะตั้งอยู่ห่างออกไปจากตัวเรือนใหญ่ ตรงสุดทางเดิน ในหมู่ไม้ที่ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นใบไม้และหญ้ามอส ภาษานั้นไม่เพียงพอที่จะพรรณาความรู้สึกที่ได้เมื่อนั่งอยู่ท่ามกลางแสงสลัว อิ่มอาบในแสงเรืองรองที่สะท้อนจากโชจิ รู้สึกเพลิดเพลินในห้วงสมาธิ หรือเพียงแต่เหม่อมองออกไปนอกสวน นักประพันธ์ชื่อ นัสสุเมะ โซเซกิถือว่า การห้องสุขาทุกเช้าเป็นความสุขอันใหญ่หลวง และเรียกประสบการณ์นี้ว่า “ความรื่นรมย์ทางสรีระ” แน่นอนทีเดียวไม่มีที่อื่นใดเหมาะแก่การเสวยสุขดังกล่าวมากกว่าห้องสุขาญี่ปุ่น ซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยฝาผนังอันสงบ และเป็นไม้ที่ขึ้นลายงดงาม มีท้องฟ้า สีครามให้ชื่นชม อีกทั้งใบไม้สีเขียวให้เมียงมอง 


... ดังได้กล่าวมาแล้ว มีเงื่อนไขสำคัญหลายประการที่ช่วยเสริมความงามให้กับห้องสุขาญี่ปุ่น กล่าวคือ ความมืดสลัวในระดับหนึ่ง, ความสะอาดหมดจด, ความเงียบสงัด” หน้า 49 

เยิรเงาสลัว 

ขอกระผมพูดถึงหนังสือที่สมัยก่อนใครๆก็ว่า เด็กนักเรียนสถาปัตย์ต้องอ่านกัน ;] ) ใครไม่รู้จักนี่มีเชย (ฮ่า)  

"เยิรเงาสลัว" แปลจาก In Praise of Shadow

ของ จุนอิจิโร ทานิซากิ แปลโดย สุวรรณา วงศ์ไวศยวรรณ ผู้แปล
สำนักพิมพ์ ทานตะวัน (ไม่แน่ใจว่าจะหาซื้อได้อยู่มั้ยนะ)
 

 

(ภาพจาก https://asp.hotel-story.ne.jp/setup/planimg/0254100156705.jpg) 

เมื่อความสลัวแบบญี่ปุ่นโดยขโมยไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง "แสงประดิษฐ์"

ฟังแล้วคิดว่ายังไง เหมือนสังคมไทยมั้ยครับ เราเคยมีแสงสลัวรึเปล่า ?

และเราโดยขโมยความงามไปรึยังครับ ? 

  

(ภาพจาก http://2.bp.blogspot.com/) 

edit @ 22 Nov 2009 12:02:10 by PS

ตื่นเต้นๆ ในที่สุดผมก็มี Video Diary Blog เป็นของตัวเองแล้ว

โอ้ววว ขออนุญาติลิงค์ต่อ แล้วอย่าลืมไปฝากเมนท์ไว้ด้วยนะครับ

จะได้รู้ว่าตัวจริง เนิร์ด และ อ้วน ขนาดไหน (ฮ่า)

 

คลิกไปที่นี่เลยครับ

 

มาดูนาย PS ขยับปากตัวเป็นๆ ใน Video Diary – Living Wirelessly (ครั้งแรก !)

 

เจ้าวิดิโอไดอารี่นี่เปิดพื้นที่ให้ทำอะไรได้อีกเยอะมากเลยนะนี่

คิดว่าจะเอามาใส่ในโรงเรียนถาปัตย์นี่ด้วยละ ฮ่าๆ  

edit @ 8 Nov 2009 22:40:19 by tectutors

มาดูู 10 ภาพฝัน Apple Tablet กัน

posted on 17 Oct 2009 15:00 by virtual-me

 

iphone 4 g โดย Orgut Cayli

สเปคในฝัน hard drive 80 GB หรือ 120 Gb (ดูเป็นไปได้จาก ตัว ipod touch ที่ออกมาใหม่ นะครับ ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วย hard disk แบบ SSD) หน้าจอความละเอียด 1540 * 480 (ละเอียดสะใจ) กล้อง แปดล้าน Mega pixel โอ้ว 

 

ขออนุญาติ link ต่อ อีกเก้ารูป (แอบโปรโมท) ฮ่า คลิก ไปที่ blog

รวม 10 ภาพฝัน Apple Tablet ที่ดูแล้วน้ำลายไหลสุดๆ

 

edit @ 17 Oct 2009 15:08:24 by tectutors